View RSS Feed

pysort

บาร์เซโลน่า ดีกว่า มาดริด

Rate this Entry
by on 23-09-2011 at 07:48 AM (489 เปิดอ่าน)
บาร์เซโลน่า ดีกว่า มาดริด


ถึงแม้ว่าฤดูกาลเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้น แต่ดูเหมือนว่า เอฟซี บาร์เซโลน่า นั้น จะแข็งแกร่งกว่า เรอัล มาดริด โดยหลังจากผ่านเกมกลางสัปดาห์ บาร์เซโลน่า มีคะแนนนำหน้า มาดริด อยู่หนึ่งแต้ม

ถึงแม้ว่า กาลาสติกอส จะไม่สามารถสบประมาทได้ อย่างไรก็ตาม พวกเขาน่าจะจบฤดูกาลด้วยอันดับเดียวกับฤดูกาลที่ผ่านมา

ต่อไปนี้จะเป็น 5 เหตุผล ที่สนับสนุนแนวคิดที่ว่า ทำไม บาร์เซโลน่า ถึงเป็นทีมที่ดีกว่า มาดริด



1. บาร์เซโลน่า ซื้อผู้เล่นได้ดีกว่า มาดริด




ประเด็นสำคัญสำหรับเรื่องนี้มุ่งตรงไปยัง ฟาเบรกัส ที่ได้มาด้วยราคาย่อมเยา เนื่องจากแนวทางการเล่นของเขาในปัจจุบันนี้ อย่างน้อยที่สุดมูลค่าของเขาต้องไม่น้อยกว่า 60 ล้านยูโร แต่ทว่าเมื่อหนึ่งเดือนที่ผ่านมา บาร์เซโลน่า จ่ายให้ อาร์เซนอล ไปเพียงครึ่งเดียวของมูลค่าสุทธิในปัจจุบันของเขา

นับว่าเป็นผลงานชิ้นโบแดงทางด้านธุรกิจอย่างแท้จริง

สำหรับทาง มาดริด นั้น ก็ได้ตัว โคเอนเทรา มาในราคาเดียวกันกับ ฟาเบรกัส อย่างไรก็ตาม ไม่สามารถนำมาเทียบได้เลยว่า ความแตกต่างระหว่างพรสวรรค์และประสิทธิภาพของเขากับ ฟาเบรกัส นั้นห่างกันมากเพียงไร

ถึงแม้ว่า โคเอนเทรา จะเป็นผู้เล่นที่มากด้วยความสามารถคนหนึ่ง แต่ทว่าเขาไม่ใช่ผู้เล่นที่สามารถเปลี่ยนเกมได้ ดังที่ ฟาเบรกัส เป็น

อย่าลืมข้อเปรียบเทียบระหว่าง อเล็กซิส และผู้เล่นของ มาดริด ที่นำเข้าพร้อมอาการบาดเจ็บเป็นของกำนัลอย่าง ซาฮิน และ อัลตินท็อป ซึ่งต่อให้พวกเขานั้นปราศจากอาการบาดเจ็บ ก็เป็นสิ่งที่ยากเกินกว่าที่จะจิตนาการได้ว่า พวกเขานั้นสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ในระดับเดียวกับมาตรฐานที่ ฟาเบรกัส ได้จารึกไว้

กรณีนี้ต้องอย่าลืมนับรวม วาราน และ กาเยค่อน เอาไว้ด้วย



2. มาดริด มีผู้เล่นส่วนเกิน ต่างจาก บาร์เซโลน่า




เพียงแค่มองผิวเผินไปที่กลุ่มผู้เล่นของ มาดริด ก็สามารถจำแนกกลุ่มของผู้เล่นบางส่วน ที่เกินความจำเป็นและไม่เป็นที่ต้องการของ มาดริด ได้อย่างน้อย 4 คนด้วยกัน

กาก้า, ดิยารร่, อัลบิโอล และ กราเนโร่ จัดได้ว่าเป็นกลุ่มผู้เล่นที่แทบจะไม่มีตัวตนที่ เบร์นาบิว ในขณะที่ วาราน, อิกวาอิน และ กาเยค่อน ไม่สามารถต่อสู้เพื่อแย่งตำแหน่งตัวจริงได้ด้วยเช่นกัน

ไม่สามารถหามูลเหตุที่แน่ชัดได้ว่า ทำไม มาดริด ถึงไม่กำจัดพวกเขาออกไปจากทีม โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรณีของ กาก้า และ ดิยาร์ร่า เนื่องจากมีหลักฐานที่บ่งชี้ให้เห็นอยู่บ่อยครั้งว่า พวกเขานั้นไม่เป็นที่ต้องการ และไม่ดีพอที่จะมีชื่ออยู่ในบัญชีรายชื่อผู้เล่นของสโมสร

อย่างไรก็ตาม พวกเขาทั้งหมดก็ยังคงอยู่ที่นี่ ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง

สำหรับทาง บาร์เซโลน่า นั้น การกำจัดจุดอ่อนในครั้งนี้ นับได้ว่าเป็นผลงานที่น่าประทับใจเป็นอย่างมากสำหรับฤดูกาลนี้ ด้วยการหยิบยื่นรองเท้าผ้าใบพร้อมกับกระเป๋าเดินทางให้แก่ มิลิโต้, โบยาน และ เจฟเฟรน ผู้ซึ่งเคยมีชื่อปรากฏอยู่ในบัญชีรายชื่อผู้เล่นของสโมสร แต่ไม่สมควรได้รับโอกาสให้อยู่ต่อ

นอกจากกลุ่มผู้เล่นที่จากไป บาร์เซโลน่า ยังมีเด็กปั้นในคาถาอย่าง ฟอนทาส อีกคนหนึ่ง ที่ยังคงไม่ได้แสดงจุดยืนที่เด่นชัดในฤดูกาลที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม หากเปรียบเทียบกับทางกลุ่มผู้เล่นที่รอวันคืนกลับสู่ตลาดซื้อขายผู้เล่นของทาง มาดริด แล้ว บาร์เซโลน่า นั้นแลดูดีกว่าอย่างแน่นอน



3. บาร์เซโลน่า มีกลุ่มผู้เล่นที่ดีกว่า มาดริด




ฤดูกาลที่ผ่านมา ความสำเร็จของ บาร์เซโลน่า ขึ้นอยู่กับกลุ่มผู้เล่นจำนวนหนึ่ง ซึ่งประกอบด้วย บัลเดส, อาเดรียโน่, อัลเวส, อบิดัล, ปิเก้, ปูโยล, มาสเคราโน่, บุสเกตส์, ชาบี, อิเนียสต้า, เกอิต้า, เปโดร, เมสซี่ และ บีญ่า

โดย 14 ผู้เล่นที่กล่าวมานี้ นับว่าเป็นความโชคดีบนความโชคดีของ กวาร์ดิโอล่า ที่พวกเขาเหล่านี้ส่วนมากแล้วไม่ได้มีปัญหาอาการบาดเจ็บ นั่นหมายความว่า จะมีผู้เล่นสำรองอยู่ถึง 3 คน ถัดจากผู้เล่น 11 คนแรกที่ได้ลงสนาม

ในฤดูกาล 2010/11 กลุ่มผู้เล่นของ บาร์เซโลน่า เพิ่มขึ้นมาอีก 3 คน ซึ่งประกอบด้วย ฟาเบรกัส, อเล็กซิส และ ติอาโก้ นั่นทำให้มีผู้เล่นมากถึง 17 คนที่สามารถเชื่อใจได้ยามที่พวกเขาได้รับโอกาสให้ลงสนาม

ในอีกความหมายหนึ่งก็คือ กวาร์ดิโอล่า มีผู้เล่นให้ใช้งานเกือบ 2 ทีมด้วยกัน หลังจากผ่านกระบวนการกำจัดผู้เล่นส่วนเกินออกไปในช่วงต้นฤดูกาล

โดยในปัจจุบันนี้ มีผู้เล่นตัวหลัก 3 คนเท่านั้นที่ยังคงได้รับบาดเจ็บอยู่ นั่นคือ ปิเก้, อเล็กซิส และ อิเนียสต้า ซึ่งต้องให้การขอบคุณแก่ประสิทธิภาพของผู้เล่น บาร์เซโลน่า ในชุดนี้ เนื่องจากพวกเขายังคงเหลือผู้เล่นอีก 14 คนที่มากด้วยความสามารถในระดับสูง เพื่อเติมเต็มและทดแทนผู้เล่นที่ประสบเคราะห์ร้ายจากอาการบาดเจ็บ โดยที่ยังคงรักษามาตรฐานของทีมเอาไว้ได้

สำหรับทาง มาดริด นั้น พวกเขามี 11 ผู้เล่นชุดแรก ซึ่งประกอบด้วย กาซิยาส, รามอส, เปเป้, คาร์วัลโญ่, มาร์เซโล, อลองโซ่, เคดิร่า, ดิ มาเรีย, โอซิล, โรนัลโด้ และ เบนเซม่า แต่ทว่าผู้เล่นคนอื่นที่เหลือนั้น หากส่งลงสนามจะส่งผลให้ประสิทธิภาพของทีมลดลง ซึ่งเป็นการยากที่จะรับประกันได้ว่า หากส่งผู้เล่นเหล่านี้ลงสนามแล้ว จะไม่ทำให้มาตรฐานของทีมนั้นด้อยลงไปจากเดิม

โคเอนเทรา นับหนึ่ง อาร์เบลัว นับสอง รวมกับผู้เล่นชุดแรกได้ทั้งหมด 13 คน แล้วคนอื่นที่เหลือล่ะ?

อิกวาอิน ดูเหมือนว่าจะไม่ใช่ผู้เล่นคนเดิม ตั้งแต่ที่เขาฟื้นคืนจากอาการบาดเจ็บ เฉกเช่นเดียวกันกับ กาก้า ในขณะที่ผู้เล่นคนอื่นนอกเหนือจาก 11 คนแรก กลายเป็นผู้เล่นสำรองที่มีไว้สำหรับกรณีฉุกเฉินเท่านั้น

ไม่ประหลาดใจเลยที่ มูรินโญ่ ส่งผู้เล่นชุดเดิมเกือบทั้ง 11 คนลงสนามตลอดฤดูกาลที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ด้วยปัญหาอาการบาดเจ็บและสภาพความฟิตที่ไม่สมบูรณ์ของผู้เล่น น่าจะส่งผลรุนแรงต่อ มาดริด ในฤดูกาลนี้



4. เมื่อถูกกดดัน ผู้เล่น มาดริด มีการตัดสินใจที่เลวร้าย




เป็นที่แน่นอนว่า มาดริด นั้นต้องการที่จะคว้าแชมป์สมัยนี้มาครองให้ได้ อย่างไรก็ตาม สิ่งนั้นอาจจะเป็นเรื่องยากเสียแล้วสำหรับฤดูกาลนี้

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา มาร์เซโล เสียค่าโง่ให้กับใบแดงที่ได้รับในเกม แชมป์เปี้ยนลีก เมื่อกลางสัปดาห์ และเหตุการณ์ทำนองเดียวกันนี้ก็เกิดขึ้นอีกครั้งในช่วงปลายสัปดาห์ เมื่อ เปเป้, ดิ มาเรีย, เคดิร่า และ โรนัลโด้ เกิดอาการหัวเสียและสูญเสียการควบคุมในเกม ลา ลีก้า ที่พบกับ เลบันเต้

จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ ตามมาด้วยหนึ่งใบแดงที่ได้รับ อย่างไรก็ตาม หากดูตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้นแล้ว พวกเขาสมควรที่จะได้รับอีกอย่างน้อยหนึ่งใบ

ความกดดันที่เกิดขึ้นนี้ เริ่มต้นจากการสะสมที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ที่เรียกว่า ‘ความเก็บกด’ ของ โลส กาลาสติกอส ถ้าหากว่าพวกเขาไม่สามารถค้นหาวิธีที่จะเก็บรักษาความเยือกเย็นและความแน่วแน่ทางด้านอารมณ์เอาไว้ได้แล้ว พวกเขาจะพบกับความยากถึงยากที่สุดในฤดูกาลนี้ ด้วยการรับมือกับปัญหาที่เรียกว่า ‘ความกดดัน’



5. แสงไฟส่องหา เมสซี่ และ ฟาเบรกัส




มีความเป็นไปได้ที่ว่า เมสซี่ จะถอยหลังลงคูในฤดูกาลนี้ อย่างไรก็ตาม แนวคิดที่ว่านี้เหมือนจะไม่มีทางเกิดขึ้นได้ เนื่องจากมีฟันเฟืองชิ้นสำคัญเข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งเรียกว่า ‘ปรากฏการณ์ ฟาเบรกัส’

การเข้ามาของ ฟาเบรกัส ทำให้ เมสซี่ พบกับคู่หูในฝัน โดยมิดฟิลด์เชื้อสายคาตาลันผู้นี้ เป็นผู้เล่นคนแรกที่สามารถเล่นได้เข้าขากับกองหน้าชาวอาร์เจนไตน์ ได้มากถึงมากที่สุด

สิ่งนี้เคยเกิดขึ้นกับ เมสซี่ และ เอโต้ ในสมัยก่อน อย่างไรก็ตาม การเล่นของ เมสซี่ แลดูเป็นธรรมชาติขึ้น รวมถึงมีความอันตรายเพิ่มขึ้นตามระดับการผสมผสานกันระหว่างฟอร์มการเล่นของ เขา และ ฟาเบรกัส

ถึงแม้ว่า อิเนียสต้า และ ชาบี จะเป็นตัวจ่ายชั้นยอดให้แก่ เมสซี่ เหมือนดังที่ ฟาเบรกัส เป็น อย่างไรก็ตาม พวกเขาขาดความสามารถในการทำประตูในระดับที่ ฟาเบรกัส นั้นทำได้

ฤดูกาลที่ผ่านมา ชาบี และ อิเนียสต้า จะเป็นผู้ผ่านบอล โดยมี เมสซี่ เป็นผู้ทำประตู แต่ทว่าในฤดูกาลนี้ จากปรากฏการณ์ ฟาเบรกัส ที่เกิดขึ้นนี้ จะทำให้ ฟาเบรกัส และ เมสซี่ เป็นทั้งผู้ผ่านบอลและผู้ทำประตูในเวลาเดียวกัน โดยครั้งแรกอาจจะเป็น ฟาเบรกัส ที่ผ่านบอลให้ เมสซี่ ทำประตู และครั้งถัดมาเป็น เมสซี่ ที่ผ่านบอลให้ ฟาเบรกัส ทำประตู สลับสับเปลี่ยนกันไปเรื่อยๆ ตามแต่สถานการณ์ที่เอื้ออำนวย

ผู้ป่วยโรคหัวใจโปรดทำใจเอาไว้ก่อนล่วงหน้า หาก เมสซี่ และ ฟาเบรกัส จะทำประตูและแอสซิสต์ร่วมกันเกินกว่า 50 ลูก ในฤดูกาลนี้

ปาท่องโก๋คู่นี้เป็นเหตุผลหลักที่ทำให้ บาร์เซโลน่า เป็นที่หวาดกลัวอย่างมากในฤดูกาลนี้



Credit : Andres Ehrli (Featured Columnist) from Bleacher Report | Entertaining sports news, photos and slideshows
Translated : pysort
ป้ายกำกับ: ไม่มี เพิ่ม / แก้ไข ป้ายกำกับ
หัวข้อ
Uncategorized

Comments

  1. camnou -
    รูปส่วนตัว camnou
    วิเคราะห์ได้เยี่ยมมากๆครับ

    ผมชอบคำนี้ครับ ‘ปรากฏการณ์ ฟาเบรกัส’


    • |
    • permalink
  2. OUY FC Barcelona -
    รูปส่วนตัว OUY FC Barcelona
    อ้างอิง โพสต้นฉบับโดยคุณ camnou
    วิเคราะห์ได้เยี่ยมมากๆครับ

    ผมชอบคำนี้ครับ ‘ปรากฏการณ์ ฟาเบรกัส’


    • |
    • permalink