View RSS Feed

BaiToNg ^^ C l a s s i c N o.1 0

[ตำนานลูกหนังบาร์ ่า] "ลาสดิสเลา คูบาลา" False 9 แห่งตำนานฮังกาเร ยน

Rate this Entry
by on 15-12-2012 at 09:03 PM (1861 เปิดอ่าน)
อ้างอิง โพสต้นฉบับโดยคุณ MICHAEL LAUDRUP ดูโพส
Part 2

คูบาลาจบฤดูกาลแรกของเขากับบาร์เซโลน่าด้วยการคว้าแชมป์ลีก เบิ้ลด้วยแชมป์โคปา เดล เจเนราริสโมอีก 1 ถ้วย นับว่าเป็นความสำเร็จเกินคาดของเขากับพี่เขยอย่าง ดอว์ซิค รวมถึงยอดผูเล่นชั้นนำของเบลกราน่าอย่าง เอมิลิโอ อัลเคโกอา , เบลาสโก , โจน เซการาร์ และรามาลเล็ทส์

ปีถัดมา บาร์เซโลน่า ภายใต้การนำของยอดดาวยิงหมายเลข 9 อย่างคูบาลานั้น ก็ยังคงยอดเยี่ยมเช่นเดิม เมื่อกวาดถ้วยรางวัลเข้าตู้โชว์ของสโมสรได้ถึง 4 รายการ เริ่มตั้งแต่ ลาลีก้า , โคปา อีวา ดูอาร์เต้ , โคปา เดล เจเนราริสโม , ลาตินคัพ

เรียกได้ว่า 4 แชมป์ในปีเดียวนั้น มาจากฝีเท้าสุดเวิลด์คลาสของคูบาลาทั้งนั้น เขาเป็นยอดกองหน้าตัวต่ำที่มีลีลาการเล่นที่เร้าใจ เลี้ยงบอลคล่อง ยิงคมทั้งสองเท้า มีการผ่านบอลที่เฉียบคม อีกทั้ง ยังมีลูกปั่นฟรีคิกที่ฉมังมากอีกด้วย

ฤดูกาล 1952-53 สาวกเบลกราน่าต้องแทบช็อค เมื่อคูบาลา ป่วยเป็นวัณโรค จบแทบจะไมได้ลงสนามให้ต้นสังกัดเลย แถมมีแววว่า ชีวิตของคูบาลาจะสั้นอีกด้วย เมื่ออาการไม่มีท่าทีว่าจะดีขึ้น

แต่เขาก็โชว์ความใจเพชร ด้วยการหายป่วยกลับมาและช่วยทีมป้องกันแชมป์ลาลีก้ากับถ้วย โคปา เดล เจเนราริสโมไว้ได้อีกด้วย โดยเขาทำประตูให้ทีมชนะ แอธเลติก บิลเบา ยอดทีมจากแคว้นบาสก์ 2-1 และสร้างสถิติยิงแฮททริกได้มากถึง 14 ครั้ง ระหว่างที่เล่นให้บาร์ซ่า

ช่วงปี 1953 คูบาลาได้รับการเรียกตัวติดทีมชาติสเปน โดยเขาลงเล่นให้สเปน 19 นัด ยิงได้ถึง 11 ประตู แมตช์ที่เป็นที่จดจำของคูบาลาก็คือ เขาเคยเหมาแฮททริกให้ทีมชาติสเปนในนัดทีเจอกับทีมชาติตุรกี 3-0 ในเดือนพฤศจิกายน ปี 1957 คูบาลามีโอกาสติดทีมชาติสเปนไปเล่นฟุตบอลโลก 1962 แต่ก็ไม่มีโอกาสลงเล่น เพราะได้รับบาดเจ็บ อีกทั้งยังเล่นให้ทีมรวมดารายุโรป ซึ่งกับทีมรวมดารายุโรปนั้น แมตช์สำคัญของเขากับทีมรวมดารายุโรป เกิดขึ้นในวันที่ 21 ตุลาคม ปี 1953 ที่สนามเวมบลีย์ ซึ่งทีมรวมดารายุโรป เสมอกับทีมชาติอังกฤษ 4-4 ในบอลนัดพิเศษเฉลิมฉลองครบรอบ 90 ปีของ FA ซึ่งคูบา เหมาคนเดียว 2 ลูก
ส่วนการเล่นให้ทีมชาติคาตาลัน เขาลงเล่น 4 นัด และยิงได้ 4 ลูก


น่าเสียดายที่ตั้งแต่ปี 1953 จนถึง 1958 บาร์เซโลน่าต้องเสียแชมป์ลีกให้กับทั้งมาดริดและทีมต่างๆ แต่ว่าเมื่อฤดูกาล 1958-59 เริ่มต้นขึ้นนั้น คูบาลาตัดสินใจชวนเพื่อนเก่าอย่าง ซานดอร์ ค็อกซิส เข้ามาสู่ทีมบาร์เซโลน่า และยังชวน โซลตัน ซิบอร์ ปีกซ้ายในตำนานของทีมชาติฮังการี มาวาดลวดลายในทีมบาร์เซโลน่า ทำให้พวกเขากลายเป็น 3 ทหารเสือฮังกาเรียนแห่งทีมบาร์เซโลน่าไปโดยปริยาย อีกทั้ง ทีมยังได้ดันเด็กปั้นอย่าง หลุยส์ ซัวเรซ เพลย์เมกเกอร์เท้าซ้ายชั่งทอง และ เอวาริสโต้ ศูนย์หน้าจอมกบฏที่เวลาต่อมา ย้ายไปอยู่มาดริด ขึ้นมาอยู่ในทีมชุดใหญ่ ในฐานะดาวรุ่งอีกด้วย

บาร์เซโลน่าชุดนั้น ภายใต้การนำของ เฮเลนิโอ เอแรร่า เอดโค้ชชาวอาร์เจนไตน์จอมเฮี๊ยบ พาทีมค้วาแชมป์ลาลีก้า 2 ปีซ้อน ตั้งแต่ปี 1958 – 1960 และสองแชมป์อินเตอร์ซิตี้ แฟรส์คัพ (ยูโรป้าลีกในปัจจุบัน) 2 สมัยซ้อนเช่นกัน

ใช่ว่าคูบาลาจะสามารถเดินอยุ่ในทีมได้อย่างสะดวกโยธิน เพราะเขาเองก็มีปัญหาไม่ลงรอยกับ เอแรร่า โค้ชของทีมอยู่เหมือนกัน จึงเป้นเหตุให้เขาโดนถอดออกจากทีมชุดลุยบอลถ้วยใบโตของยุโรปอย่างยูโรเปี้ยนคัพ ซึ่งผลจากการขาดจอมทัพอย่างคูบาลานั้น ทำให้บาร์เซโลน่า พ่ายแพ้ต่อเรอัลมาดริดในรอบรองชนะเลิศยับเยินด้วยสกอร์รวม 6-2 เป็นผลให้แฟนบอลรับไม่ได้ และมีการกดดันให้เอแรร่าลาออก และก็เป็นไปตามนั้น แอเรร่าโดยไล่ออก และคูบาลา ก็กลับมาสู่ทีมอีกครั้ง

ในปี 1961 คูบาลาสามารถนำทีมเอาชนะเรอัลมาดริดในบอลยูโรเปี้ยนคัพได้สำเร็จด้วยสกอร์รวม 4-3 และเข้าไปชิงชนะเลิศกับเบนฟิก้า ยอดทีมจากโปรตุเกส แต่เป็นที่น่าเสียดายที่ต้องพ่ายต่อเบนฟิก้าไป 3-2

และเมื่อสิ้นสุดนัดชิงชนะเลิศที่พ่ายต่อเบนฟิก้า คูบาลาก็ได้รับงานเพิ่มเป็นโค้ชทีมเยาวชนของบาร์เซโลน่า และเลื่อนระดับมาเป็น ผู้เล่น – ผู้จัดการทีมของทีมชุดใหญ่ไปในตัวด้วย แต่เมื่อสิ้นสุดฤดูกาล 1962-63 คูบาลาก็ต้องอำลาจากทีมบาร์เซโลน่าไป เมื่อนำทีมไปแพ้ต่อ เรดสตาร์ เบลเกรด ยอดทีมจากยูโกสลาเวีย ในนัดชิง อินเตอร์ซีตี้ แฟร์สคัพ โดยทิ้งตำนานและสถิติต่างๆไว้กับทีมมากมาย ยิงให้บาร์เซโลน่าทุกรายการ 194 ประตู จากการลงเล่นทั้งสิ้น 256 นัด

คูบาลาเดินทางไปไม่ไกลนัก เขาย้ายไปทำหน้าที่ผู้เล่น ผุ้จัดการีมให้กับ เอสปันญอล คู่แข่งร่วมเมือง โดยลงเล่น 29 นัด ยิงได้ 7 ลูก โดยทีมสุดท้ายที่เขามีโอกาสลงเล่นและคุมทีมไปในตัวก็คือ ซูริค แห่งลีกสวิตเซอร์แลนด์ และเมื่อสิ้นสุดฤดูกาล 1966-67 คูบาลาก็ประกาศแขวนสตั๊ดอย่างเป็นทางการ


หลังจากแขวนสตั๊ด คูบาลาตระเวณคุมทีมไปทั่ว ส่วนใหญ่นั้น จะไม่ประสบความสำเร็จ เขาเคยกลับมาคุมทีมบาร์เซโลน่าช่วงหนึ่ง แต่ก็ไม่มีความสำเร็จติดมือ แต่อย่างน้อย เขายังคุมทีมมาลาก้า คว้าแชมป์เซกุนด้า และพาเลื่อนชั้นมาสู่ลาลีก้าได้สำเร็จในฤดูกาล 1987-88

ในวันที่ 4 มีนาคม ปี 1993 คูบาลาในวัย 65 ปี มีโอกาสลงเล่นนัดสุดท้ายให้กับทีมชาติคาตาลันในนัดเทสติโมเนียลแมตช์ ที่จัดให้กับเขาโดยเฉพาะ โดยเป็นการพบกับทีมรวมดาราโลก โดยคูบาลานั้น ลงเล่นในช่วง 10 นาทีแรก ก่อนจะเลี่ยนตัวออก

ในวันที่ 17 พฤษภาคม 2002 โลกก้ต้องสูญเสียดาวยิงชื่อดังอย่างคูบาลา ไปอย่างไม่มีวันกลับ คูบาลาเสียชีวิตลงอย่างสงบที่บาร์เซโลน่า บ้านเกิดแห่งที่ 2 ที่เขารัก เป็นการปิดตำนานยอดดาวยิงหมายเลข 9 ที่เป็นตำนานอีกคนหนึ่งของบาร์เซโลน่าไปอีก 1 คน


แฟ้มประวัติบุคคล

ชื่อเต็ม : ลาสดิสเลา คูบาลา สเต็คซ์
เกิดวันที่ : 10 มิถุนายน ค.ศ. 1927
เกิดที่ : บูดาเปสต์ ฮังการี
วันเสียชีวิต : 17 พฤษภาคม ค.ศ.2002
เสียชีวิตที่ : บาร์เซโลน่า สเปน
ส่วนสูง : 1.76 เมตร (5 ฟุต 9 นิ้วครึ่ง)
อายุ : 74 ปี
ตำแหน่ง : กองหน้าตัวต่ำ , กองหน้าตัวเป้า , มิดฟิลด์ตัวรุก , มิดฟิลด์ตัวริมเส้น
เท้าถนัด : ขวา (ยิงเท้าซ้ายได้)


เกียรติประวัติ (นักฟุตบอล)

เอฟซี บาร์เซโลน่า
ลาลีก้า : 1951-52, 1952-53, 1958-59, 1959-60
โคปา เดล เจเนราริสโม : 1951, 1952, 1953, 1957, 1959
โคปา อีวา ดูอาร์เต้ : 1952, 1953
ลาตินคัพ : 1952
อินเตอร์ซิตี้ส์ แฟรส์คัพ : 1955-58, 1958-60


เกียรติประวัติ (ผู้จัดการทีม)

มาลาก้า

เซกุนด้า : 1987 - 88


สถิติต่างๆ

1944 - 1945 แกนซ์ ทีอี ลงสนาม 9 นัด ยิง 2 ประตู
1945 - 1946 เฟเรนซ์วาโรซี่ ทีซี ลงสนาม 49 นัด ยิง 27 ประตู
1946 - 1948 สโลวัน บราติสลาวา ลงสนาม 33 นัด ยิง 14 ประตู
1948 – 1949 วาซาส ลงสนาม 20 นัด ยิง 10 ประตู
1949 – 1950 โปร พาเทรีย ไม่ปรากฏจำนวนนัดที่ลงสนามและประตูที่ยิงได้
1950 ฮังกาเรีย ไม่ปรากฏจำนวนนัดที่ลงสนามและประตูที่ยิงได้
1951 – 1961 เอฟซี บาร์เซโลน่า ลงสนาม 256 นัด ยิง 194 ประตู
1963 – 1965 เอสปันญอล ลงสนาม 29 นัด ยิง 7 ประตู


1946 – 1947 ทีมชาติเชโกสโลวาเกีย ลงสนาม 6 นัด ยิง 4 ประตู
1948 ทีมชาติฮังการี ลงสนาม 3 นัด ยิง 0 ประตู
1953 – 1961 ทีมชาติสเปน ลงสนาม 19 นัด ยิง 11 ประตู
1953 ทีมรวมดารายุโรป ลงสนาม 1 นัด ยิง 2 ประตู
1954 – 1993 ทีมชาติคาตาลัน ลงสนาม 4 นัด ยิง 4 ประตู




Writed & Translated by : MICHAEL LAUDRUP
ป้ายกำกับ: ไม่มี เพิ่ม / แก้ไข ป้ายกำกับ
หัวข้อ
Uncategorized

Comments