+ ตอบกลับกระทู้
สรุปผลการค้นหา 1 ถึง 5 จากทั้งหมด 5

กระทู้: [ตำนานลูกหนังบาร์ซ่า] "ลาสดิสเลา คูบาลา" False 9 แห่งตำนานฮังกาเรียน

  1. #1
    Barca in my Heart MICHAEL LAUDRUP has a reputation beyond repute MICHAEL LAUDRUP has a reputation beyond repute MICHAEL LAUDRUP has a reputation beyond repute MICHAEL LAUDRUP has a reputation beyond repute MICHAEL LAUDRUP has a reputation beyond repute MICHAEL LAUDRUP has a reputation beyond repute MICHAEL LAUDRUP has a reputation beyond repute MICHAEL LAUDRUP has a reputation beyond repute MICHAEL LAUDRUP has a reputation beyond repute MICHAEL LAUDRUP has a reputation beyond repute MICHAEL LAUDRUP has a reputation beyond repute รูปส่วนตัว MICHAEL LAUDRUP
    สมัครเมื่อ
    Aug 2010
    ที่อยู่
    Culé_CE No.004
    โพส
    3,953
    Post Thanks / Like
    Blog Entries
    86

    [ตำนานลูกหนังบาร์ซ่า] "ลาสดิสเลา คูบาลา" False 9 แห่งตำนานฮังกาเรียน

    บาร์เซโลน่าไม่เคยขาดแคลนดาวยิงฝีเท้าดี ... คำพูดนี้มักเป็นเรื่องจริงเสมอ แต่ไหนแต่ไรมาแล้ว ตำแหน่งศูนย์หน้าในทีมบาร์เซโลน่านั้น สร้างความตื่นเต้น สร้างความมหัศจรรย์ เรียกเสียงฮือฮาให้กับแฟนบอลได้มาตลอดนานนับทศวรรษ จากรุ่นของ เปาลิโน่ อัลคันทาราร์ สู่รุ่นของโจเซฟ เอสโกลาร์ หรือ เซซาร์ โรดิเกวซ จากรุ่นของ โยฮัน ครัฟฟ์ มายังรุ่นของโรมาริโอ และสุดท้าย ไม้ต่อจากรุ่นก่อน ก็ส่งมายังลิโอเนล เมสซี่ ตำนานคนปัจจุบัน

    ถ้าพูดถึงหมายเลขเสื้อที่เกี่ยวข้องกับเหล่าดาวยิงชั้นนำในตำนานของ เอฟซี บาร์เซโลน่า รายชื่อผู้ที่สวมใส่เสื้อหมายเลข 9 ซึ่งเป็นของดาวยิงนั้น มีมากมายหลายคน และก็มีหลายรายที่สร้างผลงานระดับมาสเตอร์พีซเลยทีเดียว และ 1 ในผู้ที่สวมใส่เสื้อหมายเลข 9 ที่มีชื่อเสียงคนหนึ่งของ เอฟซี บาร์เซโลน่านั้น ก็คงต้องมีชื่อของ “ลาสดิสเลา คูบาล่า” อยู่ด้วยอย่างแน่นอน


    ลาสดิสเลา คูบาลา เป็นอดีตยอดศูนย์หน้าสัญชาติฮังกาเรี่ยน ที่มีลีลาการเลี้ยงบอลติดเท้า ยิงประตูเฉียบขาด เท้าไว อีกทั้ง ไม่เพียงแค่มีการยิงประตูที่ยอดเยี่ยมเท่านั้น เขายังมีสายตาในการอ่านเกม และวิสัยในการสร้างสรรค์เกมรุก ในฐานะกองหน้าตัวต่ำที่สามารถทำเกมเองได้ หรือยิงปิดบัญชีคู่แข่งด้วยตัวเอง ก็ทำได้อย่างไร้ที่ติ อีกทั้ง เขายังเป็นผู้เล่นที่ผ่านบอลได้แม่นยำราวจับวาง และเป็นเจ้าของลูกฟรีคิกที่แม่นยำอีกด้วย

    ว่ากันว่าการเลี้ยงบอล หรือการจ่ายบอลนั้น เขาทำได้ยอดเยี่ยมไม่แพ้ผู้เล่นรุ่นหลานในยุคต่อมาอย่าง ไมเคิล เลาดรู๊ป ซึ่งเป็นผู้เล่นหมายเลข 9 เฉกเช่นเดียวกันกับดาวยิงรุ่นคุณปู่ผู้นี้ หรือแม้แต่การยิงได้หนักหน่วงทั้งสองเท้า ก็คมกริบไม่แพ้ ซามูเอล เอโต้ อดีตยอดดาวยิงชาวแคเมอรูนในยุคโมเดิร์น

    ตลอดชีวิตการค้าแข้งของคูบาลา เขาค้าแข้งให้ทีมหลายต่อหลายทีม จัดว่าเป็นนักเตะพเนจรเลยก็ว่าได้ อีกทั้ง เขายังผ่านการเล่นให้ทีมชาติมากถึง 3 ชาติเลยทีเดียว


    ตำนานของดาวยิงผู้ยิ่งใหญ่รายนี้ เริ่มต้นขึ้นในวันที่ 10 มิถุนายน ปี 1927 ซึ่งเป็นวันที่คูบาลา ลืมตาขึ้นมาดูโลก ที่กรุงบูดาเปสต์ ประเทศฮังการี คูบาลานั้นจัดว่าเป็นเด็กที่มีสายเลือดของคนหลายชนชาติวนเวียนอยู่ในตัว แม่ของเขา “แอนนา สเต็คซ์” ซึ่งทำงานเป็นสาวโรงงาน มีเชื้อสายโปลิช ฮังกาเรียน และสโลวัก อยู่ในตัว ขณะที่พ่อของเขา “พัล คูบาลา เคอร์จัส” ซึ่งทำงานเป็นช่างก่ออิฐ มีเชื้อสายฮังกาเรียนกับสโลวัก

    คูบาลาในวัยเด็ก เริ่มต้นเล่นฟุตบอลในระดับเยาวชนกับทีม “แกนซ์ ทีอี” ซึ่งเป็นทีมของโรงานที่พ่อแม่ของคูบาลา ทำงานอยู่ แต่ก็มีทีมระดับอาชีพที่กำลังโลดแล่นอยู่ในระดับดิวิชั่น 3 ของประเทศ

    ในระดับเยาวชนนั้น คูบาลา อายุ 11 ปี สามารถเล่นร่วมกับเด็กที่อายุมากกว่า โตกว่าได้อย่างสบายๆ ไม่ว่าจะอายุ 13 หรือ 15 ปี แต่ไม่ใครสามารถแย่งบอลไปจากเท้าเด็กอายุ 11 ขวบอย่างคูบาลาได้เลย

    ในช่วงเวลา 4 ปี ตั้งแต่ปี 1939 จนถึงปี 1943 คูบาลาที่เพาะบ่มฝีเท้าจนพร้อมจะเล่นในระดับอาชีพได้นั้น เขาก็ได้ก้าวขึ้นมาเล่นให้แกนซ์ ในฤดูกาล 1944 – 45 โดยลงเล่นไปทั้งสิ้น 9 นัด และก็ยิงประตูได้ 2 ลูกด้วยกัน เรียกได้ว่าเป็นปรากฏการณ์จริงๆ สำหรับเด็กหนุ่มอายุเพียง 16 ปี

    ในปีถัดมา คูบาลาได้ย้ายทีมไปยังทีมที่มีชื่อเสียง และเป็นบิ๊กเนมในระดับประเทศฮังการีในเวลานั้นอย่าง “เฟเรนซ์วาโรซี่ ทีซี” ซึ่งในเวลานั้น มีสตาร์ลูกหนังชาวฮังกาเรียน ซึ่งเล่นตำแหน่งกองหน้าตัวในขวา ที่มีนามว่า “ซานดอร์ ค็อกซิส” อีกทั้งในเวลาต่อมา ค็อกซิสก็ได้ย้ายไปเล่นร่วมกันกับคูบาลา ที่บาร์เซโลน่าอีกด้วย

    ในระยะเวลา 1 ปี คูบาลาในวัย 17 ปี สามารถกระหน่ำประตูให้ต้นสังกัดได้มากถึง 27 ประตู จากการลงเล่น 49 นัด ส่วนหนึ่งก็เพราะการเล่นอย่างเข้าขาระหว่างเขากับ ค็อกซิสนั่นเอง ถึงแม้ว่าจะไม่มีเกีรยติยศติดมือ แต่คนทั้งประเทศ ก็เริ่มรู้จักดาวยิงหนุ่มคนนี้แล้ว

    ในปีถัดมา คูบาลามีโอกาสย้ายทีมข้ามประเทศเป็นครั้งแรก โดยในฤดูกาล 1946-47 เขาได้บินข้ามประเทศไปยัง เชโกสโลวาเกีย (สมัยนั้น สาธารณรัฐเช็ก กับ สโลวาเกีย ยังไม่แยกประเทศออกจากกัน) คูบาลาในตอนนั้น ว่ากันว่าในตอนนั้น เหตุผลที่คูบาลา เลือกที่จะย้ายทีมข้ามประเทศนั้น เพราะเหตุผลที่ว่า คูบาลาต้องการที่จะหลีกเลี่ยงการถูกเรียกตัวเข้ากองทัพเพื่อรับราชการทหาร


    คูบาลา เซ็นสัญญาเข้าร่วมทีม “เอสเค สโลแวน บราติสลาวา” โดยเขาเล่นอยู่ 2 ปี และยิงได้ 14 ประตูจากการลงเล่น 33 นัด

    ในช่วงปีที่ 2 ของเขากับสโลแวนนั้น คูบาลาก็สละโสดด้วยการ เข้าพิธีวิวาห์กับ “แอนนา วิโอลา ดอว์ซิค” แฟนสาวของเขา ซึ่งเป็นน้องสาวของ เฟอร์ดินานด์ ดอว์ซิค โค้ชทีมชาติเชโกสโลวาเกียในสมัยนั้น อีกทั้ง ในช่วงระหว่างที่คูบาลาเล่นอยู่ในเชโกสฯนั้น ด้วยเหตุผลที่พ่อแม่ของเขา และตัวเขา มีเชื้อสายชาวสโลวักอยู่ในตัว เขาก็ได้รับการเรียกตัวติดทีมชาติเชโกสโลวาเกียอีกด้วย โดยเขามีโอกาสได้ลงเล่น 6 นัดด้วยกัน แต่ยิงได้ถึง 4 ประตู

    ในปี 1948 คูบาลาจูงมือพาแอนนา ขึ้นเครื่องบิน บินกลับสู่บ้านเกิด ฮังการีเหตุผลก็เพราะ ต้องการจะแก้ข่าวว่า เขาไม่ได้หนีทหาร และเขาก็ได้เข้าร่วมทีม วาซาส เอสซี อีกด้วย แน่นอนว่า โอกาสกลับไปเล่นทีมชาติเชโกสฯนั้น เท่ากับปิดลงไปด้วย แต่กระนั้น คูบาลาก็ยังแสดงความเป็นยอดดาวยิงด้วยการ ยิงเบาะๆ 10 เม็ด จากการเล่น 20 นัด และแน่นอนว่า ช่วงเวลาที่เขาอยู่ในฮังการีนี้ ก็เป็นครั้งแรกที่เขาได้มีโอกาสรับใช้ชาติบ้านเกิดที่แท้จริง ด้วยการติดทีมชาติฮังการี แต่ก็เล่นเพียง 3 นัด ยิงไมได้เลยซักลูก

    ช่วงเดือนมกราคม ปี 1949 ประเทศฮังการีนั้นกลายเป็นประเทศคอมมิวนิสต์โดยสมบูรณ์ คูบาลานั้นเป็นห่วงความปลอดภัยของครอบครัว เขาจึงตัดสินใจพาลูกเมียของเขาหนี โดยอาศัยการซ่อนตัวไปในหลังรถบรรทุก โดยเขาสามารถหนีรอดเข้าไปในโซนของกองทหารสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นฝ่ายสัมพันธมิตรได้สำเร็จ

    ฤดูกาล 1949-50 คูบาลาพาครอบครัวไปยังอิตาลี และเซ็นสัญญาเข้าร่วมทีม “โปร พาเทรีย” อีกด้วย และแน่นอนว่า ชื่อเสียงของคูบาลานั้น ขายได้เสมอ เมื่อโตริโน่ ยอดทีมแห่งเซเรียอา ในยุคสมัยนั้น เทียบเชิญให้คูบาลา ไปเล่นให้ทีมในนัดเทสติโมเนียลแมตช์ ที่จะเจอกับ เบนฟิก้า ยอดทีมแห่งโปรตุเกส แต่นับว่า จะเรียกว่าดวงของคูบาลาแข็งมาก เพราะว่าก่อนที่เขาจะขึ้นเครื่องไปกับทีมนั้น ลูกชายของคูบาลา เกิดป่วย ทำให้เขาตัดสินใจที่จะยกเลิกการบินไปโปรตุเกส เพื่อที่จะดูแลลูกชาย และท้ายที่สุดนั้น หลังจากโตริโน่แข่งกับเบนฟิก้าเสร็จ เมื่อเครื่องบิน กำลังบินกลับสู่อิตาลี ปรากฏวว่าเครื่องบินนั้นได้ชนเข้ากับยอดเขา ซูเพอร์ก้า ซึ่งทำให้นักเตะทีมโตริโน่ ตายยกทีม 31 ศพ 1 ในนั้นก็คืออดีตตำนานนักฟุตบอลทีมชาติอิตาลีอย่าง “วาเลนติโน่ มาซโซล่า” ซึ่งเป็นบิดาของ “ซานโดร มาซโซล่า” อดีตเพลย์เมกเกอร์หมายเลข 10 ของอินเตอร์มิลานในยุค 60

    สหพันธ์ฟุตบอลฮังการี กล่าวหาว่าคูบาลานั้นมีความผิดฐาน หลบหนีออกนอกประเทศโดยที่ไม่ได้ขออนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร และปฏิเสธที่จะเข้าร่วมกองทัพ แถมไม่พอ ฟีฟ่า ยังเข้ามาบวกด้วยอีก 1 แรงด้วยการแบนคูบาลาจากการเล่นฟุตบอลอาชีพ 1 ปีเต็ม

    ปี 1950 ในเวลานั้น พี่เขยของเขาอย่าง เฟอร์ดินานด์ที่กำลังคุมทีมฮังกาเรียนอยู่นั้น ตัดสินใจให้น้องเขยของเขา ได้เล่นในทีมที่เขาคุมอยู่ แต่ก็ไม่วายโดนแบนยกทีม โทษฐานให้ความช่วยเหลือคูบาลา ทีมงานและสต๊าฟทั้งหมด ซึ่งเกิดจากผู้ลี้ภัยที่มาช่วยงาน จึงตัดสินใจเดินทางไปยังสเปน เพื่อที่จะขอเตะกระชับมิตรกับทีม มาดริดเอ็กซ์ไอ , สเปน เอ็กซ์ไอ และ เอสปันญอล

    ในช่วงเวลาที่คูบาลา อุ่นเครื่องกับ 3 ทีมนี้นั้น ฝีเท้าของเขาเป็นที่ต้องตาต้องใจของ เรอัลมาดริด และเอฟซี บาร์เซโลน่า 2 โคตรทีมในยุคนั้นเข้าอย่างจัง โดยเอฟซี บาร์เซโลน่า จัดการส่ง โจเซฟ ซามิติแยร์ อดีตจอมทัพชื่อดัง ซึ่งเวลานั้นผันตัวมาเป็นโค้ชให้กับบาร์เซโลน่า และตัวซามี่เองต้องการจะไถ่โทษที่ตัวเองเคยย้ายไปเล่นให้มาดริด ด้วยการจะเซ็นสัญญากับโคตรดาวยิงอย่างคูบาลา

    แน่นอนว่า มาดริดย่อมก็อยากได้ดาวยิงรายนี้เหมือนกัน จึงหาหนทางบีบบังคับบาร์เซโลน่าทุกหนทาง โดยมาดริดเวลานั้น มีนายพลฟรังโก้ เป็นเผด็จการเลือดเย็นสุดโหดเหี้ยม ที่ให้ท้ายมาดริดมาตลอด และพยายามกดดันยอดทีมแห่งแคว้นคาตาลันไม่ให้ยุ่งกับคูบาลา จนเกิดสงครามประสาทขึ้น แต่ท้ายที่สุดนั้น คูบาลาก็ได้กลายเป็นนักฟุตบอลของบาร์เซโลน่าจนได้ เพราะฝีมือในการเจรจาของซามิติแยร์นั่นเอง


    วันที่ 15 มิถุนายน ปี 1950 คือวันแห่งประวัติศาสตร์ของบาร์เซโลน่า เมื่อคูบาลาได้เซ็นสัญญาเข้าร่วมสังกัดเอฟซี บาร์เซโลน่า อีกทั้ง พี่เขยของเขาอย่างเฟอร์ดินานด์ ยังได้ทำงานเป็นโค้ชให้ที่บาร์เซโลน่าอีกด้วย แต่ถึงอย่างไร คูบาลา ต้องชดใช้ความผิดที่โดนแบน 1 ปี ห้ามลงเล่นในลาลีก้า จนถึงปี 1951 คูบาลาถึงได้ลงสนามให้บาร์เซโลน่าอย่างเป็นทางการ

    ในช่วงระหว่างโดนแบน ก็ใช่ว่าคูบาลาจะไม่ได้ขยับแข้งขา เขายังได้อุ่นเครื่องกับ แฟรงค์เฟิร์ต จากเยอรมัน 2 เกม ซึ่งผลการแข่งขันนั้น เป็นที่น่าพอใจมาก บาร์เซโลน่าชนะนัดแรก 4-1 และชนะอีก 10-4 ในนัดที่ 2 โดย 14 ประตูที่บาร์ซ่ายิงสอย อินทรีแดงดำจากเยอรมันนั้น เกิดจากการยิงของคูบาลา 6 ลูก และคูบาลาแอสซิสต์ให้เพื่อนอีกถึง 5 ลูก เรียกได้ว่ามีเอี่ยวกับประตูที่ทีมยิงได้ทั้ง 2 นัดถึง 11 ลูก จากที่ทีมได้ถึง 14 ลูกเลยทีเดียว

    ในปี 1951 เขายังช่วยให้บาร์เซโลน่าคว้าแชมป์ โคปา เดล เจเนราริสโมอีกด้วย

    คูบาลา ได้ลงเล่นในลาลีก้าอย่างเป็นทางการในฤดูกาล 1951-52 โดยเขาลงเล่นไป 19 เกม แต่กระหน่ำไปถึง 26 ประตู แถมมีเกมหนึ่งที่เขาสอยคนเดียว 7 ลูก จากชัยชนะ 9-0 ที่มีต่อสปอร์ตติ้ง กิฆอน และเคยบ็อมบ์ใส่เซลต้า บิโก้คนเดียว 5 ลูกด้วย และตามด้วย แฮททริกในนัดเจอ เซบีญ่าและเจอกับราซิ่ง ซานตานเดอร์


    สถิติยิงคนเดียว 7 ลูกในนัดที่เจอกับกิฆอน เป็นสถิติที่อยู่ยงคงกระพันมาจนถึงทุกวันนี้ ในฐานะที่เป็นผู้เล่นคนเดียวที่ยิงได้ถึง 7 ประตูในแมตช์เดียวกัน

    ไม่พอ ยังอุตส่าห์ยิงประตูใส่บาเลีนเซียซะเละเทะ 4-2 ในนัดชิงชนะเลิศบอลถ้วยของประเทศอีกด้วย



    Continue Part 2


  2. Likes yeev1234 liked this post
  3. #2
    Barca in my Heart MICHAEL LAUDRUP has a reputation beyond repute MICHAEL LAUDRUP has a reputation beyond repute MICHAEL LAUDRUP has a reputation beyond repute MICHAEL LAUDRUP has a reputation beyond repute MICHAEL LAUDRUP has a reputation beyond repute MICHAEL LAUDRUP has a reputation beyond repute MICHAEL LAUDRUP has a reputation beyond repute MICHAEL LAUDRUP has a reputation beyond repute MICHAEL LAUDRUP has a reputation beyond repute MICHAEL LAUDRUP has a reputation beyond repute MICHAEL LAUDRUP has a reputation beyond repute รูปส่วนตัว MICHAEL LAUDRUP
    สมัครเมื่อ
    Aug 2010
    ที่อยู่
    Culé_CE No.004
    โพส
    3,953
    Post Thanks / Like
    Blog Entries
    86
    Part 2

    คูบาลาจบฤดูกาลแรกของเขากับบาร์เซโลน่าด้วยการคว้าแชมป์ลีก เบิ้ลด้วยแชมป์โคปา เดล เจเนราริสโมอีก 1 ถ้วย นับว่าเป็นความสำเร็จเกินคาดของเขากับพี่เขยอย่าง ดอว์ซิค รวมถึงยอดผูเล่นชั้นนำของเบลกราน่าอย่าง เอมิลิโอ อัลเคโกอา , เบลาสโก , โจน เซการาร์ และรามาลเล็ทส์

    ปีถัดมา บาร์เซโลน่า ภายใต้การนำของยอดดาวยิงหมายเลข 9 อย่างคูบาลานั้น ก็ยังคงยอดเยี่ยมเช่นเดิม เมื่อกวาดถ้วยรางวัลเข้าตู้โชว์ของสโมสรได้ถึง 4 รายการ เริ่มตั้งแต่ ลาลีก้า , โคปา อีวา ดูอาร์เต้ , โคปา เดล เจเนราริสโม , ลาตินคัพ

    เรียกได้ว่า 4 แชมป์ในปีเดียวนั้น มาจากฝีเท้าสุดเวิลด์คลาสของคูบาลาทั้งนั้น เขาเป็นยอดกองหน้าตัวต่ำที่มีลีลาการเล่นที่เร้าใจ เลี้ยงบอลคล่อง ยิงคมทั้งสองเท้า มีการผ่านบอลที่เฉียบคม อีกทั้ง ยังมีลูกปั่นฟรีคิกที่ฉมังมากอีกด้วย

    ฤดูกาล 1952-53 สาวกเบลกราน่าต้องแทบช็อค เมื่อคูบาลา ป่วยเป็นวัณโรค จบแทบจะไมได้ลงสนามให้ต้นสังกัดเลย แถมมีแววว่า ชีวิตของคูบาลาจะสั้นอีกด้วย เมื่ออาการไม่มีท่าทีว่าจะดีขึ้น

    แต่เขาก็โชว์ความใจเพชร ด้วยการหายป่วยกลับมาและช่วยทีมป้องกันแชมป์ลาลีก้ากับถ้วย โคปา เดล เจเนราริสโมไว้ได้อีกด้วย โดยเขาทำประตูให้ทีมชนะ แอธเลติก บิลเบา ยอดทีมจากแคว้นบาสก์ 2-1 และสร้างสถิติยิงแฮททริกได้มากถึง 14 ครั้ง ระหว่างที่เล่นให้บาร์ซ่า

    ช่วงปี 1953 คูบาลาได้รับการเรียกตัวติดทีมชาติสเปน โดยเขาลงเล่นให้สเปน 19 นัด ยิงได้ถึง 11 ประตู แมตช์ที่เป็นที่จดจำของคูบาลาก็คือ เขาเคยเหมาแฮททริกให้ทีมชาติสเปนในนัดทีเจอกับทีมชาติตุรกี 3-0 ในเดือนพฤศจิกายน ปี 1957 คูบาลามีโอกาสติดทีมชาติสเปนไปเล่นฟุตบอลโลก 1962 แต่ก็ไม่มีโอกาสลงเล่น เพราะได้รับบาดเจ็บ อีกทั้งยังเล่นให้ทีมรวมดารายุโรป ซึ่งกับทีมรวมดารายุโรปนั้น แมตช์สำคัญของเขากับทีมรวมดารายุโรป เกิดขึ้นในวันที่ 21 ตุลาคม ปี 1953 ที่สนามเวมบลีย์ ซึ่งทีมรวมดารายุโรป เสมอกับทีมชาติอังกฤษ 4-4 ในบอลนัดพิเศษเฉลิมฉลองครบรอบ 90 ปีของ FA ซึ่งคูบา เหมาคนเดียว 2 ลูก
    ส่วนการเล่นให้ทีมชาติคาตาลัน เขาลงเล่น 4 นัด และยิงได้ 4 ลูก


    น่าเสียดายที่ตั้งแต่ปี 1953 จนถึง 1958 บาร์เซโลน่าต้องเสียแชมป์ลีกให้กับทั้งมาดริดและทีมต่างๆ แต่ว่าเมื่อฤดูกาล 1958-59 เริ่มต้นขึ้นนั้น คูบาลาตัดสินใจชวนเพื่อนเก่าอย่าง ซานดอร์ ค็อกซิส เข้ามาสู่ทีมบาร์เซโลน่า และยังชวน โซลตัน ซิบอร์ ปีกซ้ายในตำนานของทีมชาติฮังการี มาวาดลวดลายในทีมบาร์เซโลน่า ทำให้พวกเขากลายเป็น 3 ทหารเสือฮังกาเรียนแห่งทีมบาร์เซโลน่าไปโดยปริยาย อีกทั้ง ทีมยังได้ดันเด็กปั้นอย่าง หลุยส์ ซัวเรซ เพลย์เมกเกอร์เท้าซ้ายชั่งทอง และ เอวาริสโต้ ศูนย์หน้าจอมกบฏที่เวลาต่อมา ย้ายไปอยู่มาดริด ขึ้นมาอยู่ในทีมชุดใหญ่ ในฐานะดาวรุ่งอีกด้วย

    บาร์เซโลน่าชุดนั้น ภายใต้การนำของ เฮเลนิโอ เอแรร่า เอดโค้ชชาวอาร์เจนไตน์จอมเฮี๊ยบ พาทีมค้วาแชมป์ลาลีก้า 2 ปีซ้อน ตั้งแต่ปี 1958 – 1960 และสองแชมป์อินเตอร์ซิตี้ แฟรส์คัพ (ยูโรป้าลีกในปัจจุบัน) 2 สมัยซ้อนเช่นกัน

    ใช่ว่าคูบาลาจะสามารถเดินอยุ่ในทีมได้อย่างสะดวกโยธิน เพราะเขาเองก็มีปัญหาไม่ลงรอยกับ เอแรร่า โค้ชของทีมอยู่เหมือนกัน จึงเป้นเหตุให้เขาโดนถอดออกจากทีมชุดลุยบอลถ้วยใบโตของยุโรปอย่างยูโรเปี้ยนคัพ ซึ่งผลจากการขาดจอมทัพอย่างคูบาลานั้น ทำให้บาร์เซโลน่า พ่ายแพ้ต่อเรอัลมาดริดในรอบรองชนะเลิศยับเยินด้วยสกอร์รวม 6-2 เป็นผลให้แฟนบอลรับไม่ได้ และมีการกดดันให้เอแรร่าลาออก และก็เป็นไปตามนั้น แอเรร่าโดยไล่ออก และคูบาลา ก็กลับมาสู่ทีมอีกครั้ง

    ในปี 1961 คูบาลาสามารถนำทีมเอาชนะเรอัลมาดริดในบอลยูโรเปี้ยนคัพได้สำเร็จด้วยสกอร์รวม 4-3 และเข้าไปชิงชนะเลิศกับเบนฟิก้า ยอดทีมจากโปรตุเกส แต่เป็นที่น่าเสียดายที่ต้องพ่ายต่อเบนฟิก้าไป 3-2

    และเมื่อสิ้นสุดนัดชิงชนะเลิศที่พ่ายต่อเบนฟิก้า คูบาลาก็ได้รับงานเพิ่มเป็นโค้ชทีมเยาวชนของบาร์เซโลน่า และเลื่อนระดับมาเป็น ผู้เล่น – ผู้จัดการทีมของทีมชุดใหญ่ไปในตัวด้วย แต่เมื่อสิ้นสุดฤดูกาล 1962-63 คูบาลาก็ต้องอำลาจากทีมบาร์เซโลน่าไป เมื่อนำทีมไปแพ้ต่อ เรดสตาร์ เบลเกรด ยอดทีมจากยูโกสลาเวีย ในนัดชิง อินเตอร์ซีตี้ แฟร์สคัพ โดยทิ้งตำนานและสถิติต่างๆไว้กับทีมมากมาย ยิงให้บาร์เซโลน่าทุกรายการ 194 ประตู จากการลงเล่นทั้งสิ้น 256 นัด

    คูบาลาเดินทางไปไม่ไกลนัก เขาย้ายไปทำหน้าที่ผู้เล่น ผุ้จัดการีมให้กับ เอสปันญอล คู่แข่งร่วมเมือง โดยลงเล่น 29 นัด ยิงได้ 7 ลูก โดยทีมสุดท้ายที่เขามีโอกาสลงเล่นและคุมทีมไปในตัวก็คือ ซูริค แห่งลีกสวิตเซอร์แลนด์ และเมื่อสิ้นสุดฤดูกาล 1966-67 คูบาลาก็ประกาศแขวนสตั๊ดอย่างเป็นทางการ


    หลังจากแขวนสตั๊ด คูบาลาตระเวณคุมทีมไปทั่ว ส่วนใหญ่นั้น จะไม่ประสบความสำเร็จ เขาเคยกลับมาคุมทีมบาร์เซโลน่าช่วงหนึ่ง แต่ก็ไม่มีความสำเร็จติดมือ แต่อย่างน้อย เขายังคุมทีมมาลาก้า คว้าแชมป์เซกุนด้า และพาเลื่อนชั้นมาสู่ลาลีก้าได้สำเร็จในฤดูกาล 1987-88

    ในวันที่ 4 มีนาคม ปี 1993 คูบาลาในวัย 65 ปี มีโอกาสลงเล่นนัดสุดท้ายให้กับทีมชาติคาตาลันในนัดเทสติโมเนียลแมตช์ ที่จัดให้กับเขาโดยเฉพาะ โดยเป็นการพบกับทีมรวมดาราโลก โดยคูบาลานั้น ลงเล่นในช่วง 10 นาทีแรก ก่อนจะเลี่ยนตัวออก

    ในวันที่ 17 พฤษภาคม 2002 โลกก้ต้องสูญเสียดาวยิงชื่อดังอย่างคูบาลา ไปอย่างไม่มีวันกลับ คูบาลาเสียชีวิตลงอย่างสงบที่บาร์เซโลน่า บ้านเกิดแห่งที่ 2 ที่เขารัก เป็นการปิดตำนานยอดดาวยิงหมายเลข 9 ที่เป็นตำนานอีกคนหนึ่งของบาร์เซโลน่าไปอีก 1 คน


    แฟ้มประวัติบุคคล

    ชื่อเต็ม : ลาสดิสเลา คูบาลา สเต็คซ์
    เกิดวันที่ : 10 มิถุนายน ค.ศ. 1927
    เกิดที่ : บูดาเปสต์ ฮังการี
    วันเสียชีวิต : 17 พฤษภาคม ค.ศ.2002
    เสียชีวิตที่ : บาร์เซโลน่า สเปน
    ส่วนสูง : 1.76 เมตร (5 ฟุต 9 นิ้วครึ่ง)
    อายุ : 74 ปี
    ตำแหน่ง : กองหน้าตัวต่ำ , กองหน้าตัวเป้า , มิดฟิลด์ตัวรุก , มิดฟิลด์ตัวริมเส้น
    เท้าถนัด : ขวา (ยิงเท้าซ้ายได้)


    เกียรติประวัติ (นักฟุตบอล)

    เอฟซี บาร์เซโลน่า
    ลาลีก้า : 1951-52, 1952-53, 1958-59, 1959-60
    โคปา เดล เจเนราริสโม : 1951, 1952, 1953, 1957, 1959
    โคปา อีวา ดูอาร์เต้ : 1952, 1953
    ลาตินคัพ : 1952
    อินเตอร์ซิตี้ส์ แฟรส์คัพ : 1955-58, 1958-60


    เกียรติประวัติ (ผู้จัดการทีม)

    มาลาก้า

    เซกุนด้า : 1987 - 88


    สถิติต่างๆ

    1944 - 1945 แกนซ์ ทีอี ลงสนาม 9 นัด ยิง 2 ประตู
    1945 - 1946 เฟเรนซ์วาโรซี่ ทีซี ลงสนาม 49 นัด ยิง 27 ประตู
    1946 - 1948 สโลวัน บราติสลาวา ลงสนาม 33 นัด ยิง 14 ประตู
    1948 – 1949 วาซาส ลงสนาม 20 นัด ยิง 10 ประตู
    1949 – 1950 โปร พาเทรีย ไม่ปรากฏจำนวนนัดที่ลงสนามและประตูที่ยิงได้
    1950 ฮังกาเรีย ไม่ปรากฏจำนวนนัดที่ลงสนามและประตูที่ยิงได้
    1951 – 1961 เอฟซี บาร์เซโลน่า ลงสนาม 256 นัด ยิง 194 ประตู
    1963 – 1965 เอสปันญอล ลงสนาม 29 นัด ยิง 7 ประตู


    1946 – 1947 ทีมชาติเชโกสโลวาเกีย ลงสนาม 6 นัด ยิง 4 ประตู
    1948 ทีมชาติฮังการี ลงสนาม 3 นัด ยิง 0 ประตู
    1953 – 1961 ทีมชาติสเปน ลงสนาม 19 นัด ยิง 11 ประตู
    1953 ทีมรวมดารายุโรป ลงสนาม 1 นัด ยิง 2 ประตู
    1954 – 1993 ทีมชาติคาตาลัน ลงสนาม 4 นัด ยิง 4 ประตู




    Writed & Translated by : MICHAEL LAUDRUP
    แก้ไขครั้งล่าสุดโดย MICHAEL LAUDRUP : 24-06-2012 เมื่อ 03:28 AM

  4. Likes yeev1234 liked this post
  5. #3
    Anti-Madridista xyz3155 is a splendid one to behold xyz3155 is a splendid one to behold xyz3155 is a splendid one to behold xyz3155 is a splendid one to behold xyz3155 is a splendid one to behold xyz3155 is a splendid one to behold xyz3155 is a splendid one to behold รูปส่วนตัว xyz3155
    สมัครเมื่อ
    Dec 2011
    ที่อยู่
    bangkok
    โพส
    2,182
    Post Thanks / Like
    เมสเราจะเป็นคนที่สองที่เล่นจนอายุ 65 ปี แต่ผมว่าเล่นจนผมร่วงหมดชัวร
    MESSI ALL FREE KICKS THIS SEASON

  6. Likes yeev1234 liked this post
  7. #4
    Chapions of Quiz Game Season 2012 yeev1234 is a name known to all yeev1234 is a name known to all yeev1234 is a name known to all yeev1234 is a name known to all yeev1234 is a name known to all yeev1234 is a name known to all รูปส่วนตัว yeev1234
    สมัครเมื่อ
    Jan 2011
    ที่อยู่
    Cule_N No.041
    โพส
    5,198
    Post Thanks / Like
    และแล้วเราก็ได้รู้จักตำนานอีก 1 คน ที่ได้จากไปแล้ว แต่เค้าจะอยู่ในใจของเราตลอดไป ไม่มีวันเสื่อมคลาย

    ขอบคุณมากๆ จากใจจริง

  8. #5
    barceforever
    Guest
    ได้ยินชื่อคนนี้ครั้งแรกก็ชอบแล้วจ้า

    โคตรตำนานดาวยิงของแท้

+ ตอบกลับกระทู้

กฎการโพสข้อความ

  • ท่าน ไม่สามารถ ตั้งกระทู้ใหม่ได้
  • ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ได้
  • ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ได้
  • ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขข้อความโพสได้