+ ตอบกลับกระทู้
สรุปผลการค้นหา 1 ถึง 9 จากทั้งหมด 9

กระทู้: [ตำนานลูกหนังบาร์ซ่า] "โจเซฟ เอสโกลาร์" ศูนย์หน้าตีนระเบิดแห่งคาตาลัน

  1. #1
    Barca in my Heart MICHAEL LAUDRUP has a reputation beyond repute MICHAEL LAUDRUP has a reputation beyond repute MICHAEL LAUDRUP has a reputation beyond repute MICHAEL LAUDRUP has a reputation beyond repute MICHAEL LAUDRUP has a reputation beyond repute MICHAEL LAUDRUP has a reputation beyond repute MICHAEL LAUDRUP has a reputation beyond repute MICHAEL LAUDRUP has a reputation beyond repute MICHAEL LAUDRUP has a reputation beyond repute MICHAEL LAUDRUP has a reputation beyond repute MICHAEL LAUDRUP has a reputation beyond repute รูปส่วนตัว MICHAEL LAUDRUP
    สมัครเมื่อ
    Aug 2010
    ที่อยู่
    Culé_CE No.004
    โพส
    3,953
    Post Thanks / Like
    Blog Entries
    86

    [ตำนานลูกหนังบาร์ซ่า] "โจเซฟ เอสโกลาร์" ศูนย์หน้าตีนระเบิดแห่งคาตาลัน

    ทั้งเอโต้ ,ไคลเวิร์ต , ซาบิโอล่า , ครัฟฟ์ , โรมาริโอ , สตอยช์คอฟ ต่างเป็นดาวยิงชื่อก้องโลก ที่ทุกคนๆต่างยอมรับในฝีเท้าที่ฉกาจฉกรรจ์ของเขานะครับ แน่นอน พวกเขาเป็นดาวยิงระดับตำนานของสโมสรเราเลยทีเดียว

    แต่ทว่า หากย้อนเวลากลับไปยังยุค 30 จะมีดาวยิงผู้หนึ่ง ที่ฝากฝังผลงานอันน่า ตื่นตาตื่นใจ ชนิด ราวกับ เขาเป็นเทพผู้เกิดมาเพื่อ "ยิงประตู" ด้วยสถิติการยิง 223 ประตูให้กับสโมสรจนติดใน 5 อันดับแรก เท่านั้นยังไม่พอ เขาก็ยังเป็น ผู้เล่นที่เล่นบอลได้อย่างขาวสะอาด และมีความเป็นมืออาชีพที่สูงอีกด้วย

    นี่คือเรื่องราวของ ตำนานสไตรก์เกอร์ชั้นอ๋อง ของบาร์เซโลน่า เขาคือ "โจเซฟ เอสโกลาร์"


    "โจเซฟ เอสโกลาร์ เซเกเลส" หรือที่เรียกสั้นๆว่า เอสโกลาร์ เป็นอดีตยอดกองหน้าสัญชาติคาตาลันโดยกำเนิดที่มีลีลาการเลี้ยงบอลที่ติดเท้า ว่องไว สปดีต้นที่จัดจ้าน ความแข็งแกร่งของร่างกาย เมื่อผนวกเข้ากับทักษะการยิงประตูที่คมกริบ ทำให้เอสโกลาร์นั้น กลายเป็นยอดดาวยิงอันดับต้นๆของโลก ในช่วงเวลานั้นเลย


    ตำนานดาวยิงหัวโป๊งเหน่งรายนี้ ลืมตาดูโลกเมื่อวันที่ 28 สิงหาคม ปี ค.ศ.1914 สไตร์เกอร์ผู้นี้ ถือเป็น ผู้ที่มีสายเลือดชาวคาตาลันอย่างแท้จริง เพราะเขาเกิดและเติบโตขึ้นที่เมืองบาร์เซโลน่า ซึ่งสิ่งนั้นย่อมทำให้เขาซึมซับกับธรรมเนียมประเพณีของ ชาวคาตาลันเข้าไปอย่างเต็มเปี่ยม



    ในวัยเยาว์ ด้วยใจที่รักฟุตบอลของเค้า ได้ทำให้เด็กน้อยผู้นี้ ได้เข้าร่วมสังกัด ทีมเยาวชนของสโมสร "ซานท์" ซึ่งเป็นทีมสมัครเล่นของแคว้นคาตาลันในปัจจุบันและเค้าก็ใช้เวลาในการขัดเกลาฝีเท้าไม่นาน ซึ่งพออายุครบ 18 ปีเขาก็ได้เซ็นสัญญา เป็นนักเตะอาชีพจนได้


    ฤดูกาลแรกของการเป็นนักเตะอาชีพของ เอสโกลาร์ เริ่มต้นขึ้นในช่วงฤดูกาล 1932 นั่นเอง...

    สถิติการยิงประตูให้สโมสร "ซานท์" ที่ในขณะนั้น กำลังโลดแล่นอยู่ในลีก ดิวิชั่น 3 ของสเปน ได้ไปเตะตาแมวมองของ "เอฟซี บาร์เซโลน่า" โคตรทีมของแคว้นคาตาลันเข้าอย่างจัง จนทำให้ชีวิตของ ศูนย์หน้าดาวรุ่งผู้นี้ เปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น เขาหยุดการเล่นให้กับทีมซานท์ไว้ที่ 3 ฤดูกาลเท่านั้น


    เริ่มต้นกับ บาร์เซโลน่า

    หลังจากหมดยุคทองของ ยอดดาวยิงอย่าง "เปาลิโน่ อัลคันทาราร์" บาร์เซโลน่า ก็เริ่มออกลูกเป๋ ในการที่จะต่อกรกับ "เรอัลมาดริด" ทีมที่เต็มไปด้วยผู้เล่นระดับเกรด A ของโลก แต่ทว่า การมาของยอดดาวยิงผู้นี้ ได้ทำให้บาร์เซโลน่า กลับกลายเป็นทีมที่มีชีวิตชีวาขึ้นอีกครั้งหนึ่ง


    บาร์เซโลน่าในขณะนั้น คุมทีมโดย "ฟรานซ์ พลัตโก้" อดีตผู้รักษาประตูในยุคเรืองรองของบาร์เซโลน่า ที่มี อัลคันทาราร์ , ซามิติแยร์ เป็นจอมทัพ การเปิดตัวครั้งแรกของดาวยิงหนุ่มหัวใส วัย 20 ปี ผู้นี้ได้เริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 5 ธันวาคม ปี 1934 ซึ่งการเปิดตัวครั้งแรกของเขานั้น กลับเรียกเสียงฮือฮา ได้มากโขเลยทีเดียว โดยในแมตช์นั้น บาร์ซ่า ต้องต่อกรกับสโมสร "อารีนาส คลับ" ในศึก ลาลีก้า โดย พลัตโก้ ได้จัดการส่งเอสโกลาร์ลงยืนเป็นศูนย์หน้าในทันที

    ชัยชนะได้ตกเป็นของ พลพรรคอาซูลกราน่า ด้วยสกอร์ 4 - 0 และผู้ที่ยิงได้ คุณคิดว่าใครล่ะ?

    ใช่แล้ว เขานั่นเอง "โจเซฟ เอสโกลาร์" ที่เหมายิงคนเดียว 4 ประตู!!

    ศูนย์หน้าผู้ที่ถนัดทั้งเท้าซ้ายและขวาผู้นี้ ลงสนามในลาลีก้าฤดูกาล 1934 ไปทั้งหมด 18 นัด แต่เขากลับทำได้ 18 ประตู !! ค่าเฉลี่ยก็คือ แมตช์ละประตูพอดี และในซีซั่นนั้นเอง เอสโกลาร์ ก็นำทัพอาซูลกราน่าคว้าแชมป์ทั้ง "คัมปิโอนาต เด คาตาลุนญา" หรือที่เรารู้จักกันในนาม "คาตาลัน ฟุตบอล แชมเปี้ยนชิพ" นั่นเอง

    และในฤดูกาลถัดมา กุนซือเจ้าบุญทุ่มในเวลานั้น เปลี่ยนมือมาเป็น "แพททริก โอ คอนเนล" อดีตกองหลังทีมชาติไอร์แลนด์ ซึ่งเข้ามารับช่วงต่อจาก พลัตโก้ ด้วยผลงานที่ไม่เบา พาทีม เรอัลเบติส คว้าแชมป์ ดิวิชั่น 2 (หรือเซกุนด้าในปัจจุบัน) ในฤดูกาล 1931

    และเมื่อทีมเลื่อนชั้นขึ้นมาอยู่ยังลีกสูงสุด เขายังพาทีมคว้าแชมป์ลีกสูงสุดได้อีกในฤดูกาล 1934-35 อีกด้วย
    ส่วนเอสโกลาร์ แน่นอน เขาก็ยังเป็นหัวใจสำคัญในแนวรุกของบาร์เซโลน่าอยู่เหมือนเดิม

    เขาประสานงานร่วมกับ ยอดผู้เล่นคนอื่นอย่าง "โดเมเนค บัลบัลญา" ทีมชาติคาตาลัน , "ฮวน โฆเซ่ โนกูเอส" นายทวารทีมชาติคาตาลันและสเปน และลงจับคู่ล่าตาข่ายกับ "เอนริเก้ เฟอร์นานเดซ" กองหน้าทีมชาติอุรุกวัย ที่ภายหลัง ได้โอนสัญชาติมาและได้เล่นให้ทีมชาติคาตาลัน

    เมื่อทีมปึ้กขนาดนี้ ก็ทำให้บาร์ซ่า คว้าแชมป์ คาตาลัน ฟุตบอล แชมเปี้ยนชิพ ถึง 2 สมัยซ้อนเลยทีเดียว
    แต่ทว่า ในศึก "โคปา เด เอสปันญา" ทีมอาซูลกราน่าดันต้องมาพบกับ "ราชันย์ชุดขาว" มาดริดซีเอฟ หรือ เรอัลมาดริด ในปัจจุบันนั่นเอง และช็อตคลาสสิก ก็เกิดขึ้นในช่วงท้ายเกม เมื่อบาร์ซ่าตามหลัง มาดริดซีเอฟอยู่ 2-1
    เอสโกลาร์ ก็ได้ยิงด้วยเท้าขวาเต็มข้อ แต่กลับโดน หัตถ์ผีเข้า ของ "ริคาร์โด้ ซาโมร่า" นายทวารตัวแสบ อดีต
    ลูกทีมบาร์ซ่าในยุค ซามิติแยร์ ปัดออกหลังไปได้อย่างเหลือเชื่อ ซึ่งทำให้บาร์ซ่าต้องชวดแชมป์รายการดังกล่าวไปในที่สุด

    แต่ไม่เป็นไร จุดเริ่มต้นของตำนาน ไม่ได้มีเพียงแค่นี้อย่างแน่นอน และ เขาก็มีฝีเท้าที่คู่ควรที่จะมีเกียรติยศ เพิ่มขึ้นอีกหลายรายการแน่นอน หากเขาไม่พบเจอกับสิ่งนี้...



  2. #2
    Barca in my Heart MICHAEL LAUDRUP has a reputation beyond repute MICHAEL LAUDRUP has a reputation beyond repute MICHAEL LAUDRUP has a reputation beyond repute MICHAEL LAUDRUP has a reputation beyond repute MICHAEL LAUDRUP has a reputation beyond repute MICHAEL LAUDRUP has a reputation beyond repute MICHAEL LAUDRUP has a reputation beyond repute MICHAEL LAUDRUP has a reputation beyond repute MICHAEL LAUDRUP has a reputation beyond repute MICHAEL LAUDRUP has a reputation beyond repute MICHAEL LAUDRUP has a reputation beyond repute รูปส่วนตัว MICHAEL LAUDRUP
    สมัครเมื่อ
    Aug 2010
    ที่อยู่
    Culé_CE No.004
    โพส
    3,953
    Post Thanks / Like
    Blog Entries
    86
    สงครามกลางเมือง

    ในช่วงระหว่าง ฤดูกาลที่ 1936-37 ประเทศสเปนได้เกิดปัญหาความขัดแย้งทางการเมือง และก่อให้เกิดสงครามในประเทศสเปน ซึ่งได้ทำให้โปรแกรมการแข่งขันต่างๆถูกยุติ แต่สำหรับ บาร์ซ่า และทีมในแคว้นต่างๆที่ไม่ได้ขึ้นตรงกับสเปน ได้ทำการเข้าร่วมการแข่งขันในลีกใหม่ ที่มีชื่อว่า "เมดิเตอเรเนี่ยน ลีค" และแน่นอน เอสโกลาร์กับผองเพื่อน ได้พาทีมเลือดหมู-น้ำเงินคั่วแชมป์ลีก เมดิเตอเรเนียน ได้สำเร็จ

    และเมื่อปี 1937 มาถึง บาร์เซโลน่า ก็ได้รับเชิญให้ไปอุ่นเครื่องยัง ประเทศเม็กซิโก และ USA ซึ่งการทัวร์ทวีปอเมริกาครั้งนี้ ได้ทำการอุ่นเครื่องไปทั้งสิ้น 14 เกม อีกทั้ง บาร์เซโลน่า ยังได้รับเชิญให้เข้าร่วมการแข่งขัน "นิวยอร์ค ทัวร์นาเมนต์" ซึ่งแน่นอน บาร์ซ่า คว้าแชมป์ไปตามสคริปต์

    แต่ปัญหา กำลังจะเกิดขึ้นหลังจากนี้ เหตุก็เพราะ ความที่เป็นคนคาตาลัน และไม่ยอมรับใช้ให้ทีมชาติสเปน ทำให้ทั้งทีมบาร์เซโลน่า มีคนที่ได้กลับไปยังประเทศ เพียงแค่ไม่กี่คนเท่านั้น ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ "แพททริก โอ คอนเนล"

    ส่วนเอสโกลาร์ กับ บัลมันญา พวกเขาได้โดนเนรเทศไม่ให้กลับเข้าสเปน ทำให้เขาหมดสิทธิ์ที่จะลงเล่นให้กับบาร์เซโลน่า เหตุก็เพราะสงครามกลางเมือง พวกเขาจึงจำใจต้องหาสโมสรอื่นในประเทศที่ไม่ใช่สเปนเล่นแทนไปพลางๆ และทั้งสองคนก็ได้เซ็นสัญญากับ สโมสร "เซเต้" ในประเทศฝรั่งเศส...


    กลับสู่มาตุภูมิ

    หลังจากสงครามกลางเมืองสิ้นสุดลงในปี 1939 แต่ในช่วงนั้น นายพลฟรังโก้ เผด็จการของสเปนในยุคนั้น ได้วางนโยบาย และลงโทษ นักกีฬาที่ออกไปค้าแข้งยังต่างประเทศ หรือ คนที่โดนเนรเทศออกไปก่อนแล้ว ว่าห้ามกลับเข้าสเปนนานถึง 6 ปี

    แต่ทว่า ด้วยความช่วยเหลือของ "เอนริเก้ ปิเนย์โร่" ประธานสโมสรบาร์เซโลน่าในช่วงเวลานั้น ได้พยายามช่วยเหลือ และต่อสู้เพื่อร้องขอความยุติธรรม และเพื่อสโมสร ทำให้ในปี 1941 เอสโกลาร์กับ บัลมันญา ได้กลับสู่บ้านเกิดเมืองนอนอีกครั้ง

    และในฤดูกาลที่ เอสโกลาร์กลับมา ก็เป็นช่วงเวลาที่ "โจน โจเซฟ โนกูเอส" อดีตเพื่อนร่วมทีมของเอสโกลาร์ ที่ได้กลับสเปนในช่วงหลังทัวร์นาเมนต์ที่อเมริกา ก็ได้แขวนสตั๊ด และกลายเป็นโค้ชให้กับบาร์เซโลน่าไปแล้ว


    และช่วงนั้น บาร์ซ่าได้ขาดตัวยิงประตูที่เด็ดขาด จึงทำให้ผลงานของทีมไม่สู้ดีนัก แต่เมื่อ ยอดดาวยิงอย่า เอสโกลาร์ กลับมา ได้ทำให้พลพรรค "อาซูลกราน่า" เริ่มจะมีผลงานที่ดีขึ้นตามลำดับ และเค้าก็ำได้ช่วยเซฟทีมไม่ให้ตกชั้นในรอบเพลย์ออฟนัดที่เจอ เรอัล มูร์เซีย ่ก่อนที่ต่อมา บาร์ซ่าจะเถลิงบัลลังก์แชมป์บอลถ้วย "โคปา เดล เกเนลาลิสโม" ซึ่งในนัดชิงชนะเลิศนี้ เอสโกลาร์ เป็นผู้ที่ยิง 2 ประตูแรก ก่อนที่บาร์ซ่าจะเชือด แอตเทเลติก บิลเบา ทีมดังจากแคว้นบาส์กไป 4-3 ในช่วงต่อเวลาพิเศษ


    ความอัปยศที่ไม่มีวันลืม...

    ในปี 1943 เอสโกลาร์นำทีมลงสนามสู้ศึก "โคปา เดล เกเนราลิสโม" อีกครั้งหนึ่ง ซึ่งผลงานของทีมก็กำลังไปได้สวย เอสโกลาร์ได้นำทีมเข้าถึงรอบรองชนะเลิศ ซึ่งบาร์เซโลน่า ต้องโคจรมาพบกับ เรอัล มาดริด ซึ่งเลกแรก บาร์ซ่าคว้าชัยไปด้วยสกอร์ 3-0 แต่ทว่า เมื่อนัดสองมาเยือน อย่างที่พวกเราสาวกชาวเบลกราน่าได้ทราบกันดีว่าตอนนั้น นายพลฟรังโก้ เป็นเผด็จการที่มีอิทธิพล และมีความสัมพันธ์ที่ดีกับ เรอัลมาดริด พวกเค้าใช้วิธีที่สกปรกโสมม ด้วยการใช้กำลังทหาร ประจำการอยู่รอบสนาม ซาน มาร์ติน (ซานติอาโก้ เบอร์นาเบว ในปัจจุบัน) กดดันทั้งกรรมการ ไลน์แมน ให้อยุ่ในการควบคุมของ พวกชุดขาว

    และการใช้วิธีสกปรกแบบนี้ ได้ทำให้การเล่นของบาร์ซ่า ไม่สามารถบุกได้แบบทุกครั้ง กรรมการเป่าเข้าข้างพวกชุดขาวตลอดเกม สุดท้ายแล้ว ความปราชัยที่ อัปยศ ที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอล ก็ได้บังเกิด ณ ที่นี่ บาร์เซโลน่า ที่มีฝีเท้าผู้เล่นไม่ได้เป็นรอง เรอัล มาดริด แม้แต่น้อย แต่กลับพ่ายไปอย่างไม่น่าเชื่อ 11-1 เพราะความชั่วของ เผด็จการเลวๆคนหนึ่งที่ชื่อ "นายพล ฟรังโก้" และสโมสรที่ชั่วร้ายนามว่า เรอัล มาดริด

    แต่ถึงอย่างไร ความจริงของการแข่งขันวันนั้น ทุกคนที่ได้ชม เป็นพยานได้อยู่แล้ว ว่าใครคือ อาชญากรทางลูกหนัง ตัวจริง...


    ตำนานไม่มีวันยอมแพ้...

    เหตุการณ์ร้ายๆ ที่ มาดริด ได้ผ่านพ้นไป เอสโกลาร์ พร้อมด้วยขุมกำลังที่มากไปด้วยความสามารถ ไล่มาตั้งแต่ "มาเรียโน่ มาร์ติน" ศูนย์หน้าทีมชาติสเปน และเจ้าของสถิติ ที่ลงสนามให้บาร์ซ่า 112 นัด แต่ยิงกระจุย 97 ลูก ภายในเวลา 9 ปี , "โฆเซ่" กอนซาลโว" มิดฟิลด์ตัวรับสุดคลาสสิก , "มาเรียโน่ กอนซาลโว" จอมทัพทีมชาติสเปน ที่เป็นผู้น้องของ "โฆเซ่ กอนซาลโว" , "เซซาร์ โรดกิเกวซ อัลบาเรซ" ดาวยิงเพชฌฆาตทีมชาติสเปน เจ้าของสถิติ ยิง 195 ลูกให้กับบาร์เซโลน่า, "ฮวน ซัมบิวดิโอ เวลาสโซ่" อีกหนึ่งผู้รักษาประตูในตำนาน , "เอสตานิสเลา บาโซร่า" ปีกตัวจี๊ด และนายทวารระดับตำนานอีกคนหนึ่ง นั่นคือ "อันโตนี่ รามาเล็ตส์"


    ด้วยขุมกำลังระดับท็อปแบบนี้ ได้ทำให้เอสโกลาร์ พาทีมบาร์เซโลน่า เป็นที่ 1 ในสเปน ด้วยการคว้าแชมป์ ลาลีก้า ในปี 1945 ภายใต้การคุมทีมของ อดีตตำนานผู้เล่นของบาร์เซโลน่า เจ้าของฉายา "เดอะเมจิกเชี่ยน" โจเซฟ ซามิติแยร์ นั่นเอง


    และเค้าได้ปิดท้ายชีวิตการค้าแข้งของเขาลงในปี 1948 ด้วยแชมป์ลาลีก้า และเป็นอีกครั้งหนึ่ง ภายใต้การคุมทีมของ เอ็นริเก้ เฟอร์นานเดซ และเมื่อเสร็จสิ้นภารกิจพิชิตแชมป์ลาลีก้าครั้งนี้ โจเซฟ เอสโกลาร์ ก็ได้แขวนสตั๊ด ปิดฉากตำนานดาวยิงผู้ยิ่งใหญ่ แห่งถิ่นคัมป์นูไว้เท่านี้


    หลังจากแขวนสตั๊ด เอสโกลาร์ก็ได้มีโอกาสได้ลองงาน ด้วยการเป็นโค้ชให้กับทีมฟุตบอลต่างๆ ไล่ตั้งแต่ บาร์ดาโลน่า , ซาบาเดล , คาสเตลเลียน และ เลบันเต้ ซึ่งทีมเลบันเต้นี่เอง ที่ทำให้ เอสโกลาร์ เป็นผู้นำทีมคว้าแชมป์ เซกุนด้า B ได้สำเร็จ


    ในระดับชาตินั้น เอสโกลาร์เคยเล่นให้กับทีมชาติ คาตาลัน ไปทั้งสิ้น 10 เกม นับตั้งแต่ปี 1931 - 1948 ซึ่งประตูแรกของเขา และประตูที่สอง ได้เกิดขึ้นในเกมเดียวกันนั่นคือ เขาเป็นผู้เหมาคนเดียว 2 ประตู ในการดวลกับทีมชาติบราซิล เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 1934 และเป็นที่น่าเสียดายเมื่อยอดนักเตะอย่างเอสโกลาร์มีโอกาสได้ติดทีมชาติสเปนเพียงแค่ 2 นัดเท่านั้น แต่ก็ยังฝากผลงานไว้ 1 ประตู จากการยิงประตูตีเสมอ ทีมชาติโปรตุเกส เมื่อวันที่ 12 มกราคม ปี 1941 และเกมสุดท้ายในนามทีมชาติสเปนของเขา ก็คือเมื่อวันที่ 11 มีนาคม ปี 1945 นั่นเอง

  3. Thanks junjaowka, psx16186, Tanbarcafan, 9phanuwat, yeev1234 and 2 others thanked for this post
  4. #3
    Barca in my Heart MICHAEL LAUDRUP has a reputation beyond repute MICHAEL LAUDRUP has a reputation beyond repute MICHAEL LAUDRUP has a reputation beyond repute MICHAEL LAUDRUP has a reputation beyond repute MICHAEL LAUDRUP has a reputation beyond repute MICHAEL LAUDRUP has a reputation beyond repute MICHAEL LAUDRUP has a reputation beyond repute MICHAEL LAUDRUP has a reputation beyond repute MICHAEL LAUDRUP has a reputation beyond repute MICHAEL LAUDRUP has a reputation beyond repute MICHAEL LAUDRUP has a reputation beyond repute รูปส่วนตัว MICHAEL LAUDRUP
    สมัครเมื่อ
    Aug 2010
    ที่อยู่
    Culé_CE No.004
    โพส
    3,953
    Post Thanks / Like
    Blog Entries
    86
    คงเหลือไว้เพียงตำนาน...

    คำว่าความตาย คงไม่มีใครต้องการให้เกิดขึ้นกับ บุคคลที่เรารักเป็นแน่นอน แต่มนุษย์เรา ไม่อาจจะ หลุดพ้นจาก คำว่าตาย ได้ วันที่ 7 มีนาคม ปี 1998 ซึ่งเหลืออีกเพียงแค่ 3 เดือน มหกรรม ฟุตบอลโลก "ฟร๊องค์ 98" ที่ประเทศฝรั่งเศส ก็จะเปิดฉากขึ้น แต่ คุณปู่ยอดดาวยิง เอสโกลาร์ ก็ได้สิ้นลม ในวันดังกล่าว ด้วยวัย 83 ปี ที่ เมืองบาร์เซโลน่า เมืองที่ เอสโกลาร์เกิด สร้างตำนาน และสิ้นชีวิต นั่นเอง... แต่ถึงอย่างไรก็ตาม ตำนานของคุณปู่ยอดดาวยิงผู้นี้ จะอยู่ในใจ ของเหล่าสาวกบาร์เซโลนิสต้า เสมอ ด้วยรักและเคารพ...





    แฟ้มประวัติบุคคล

    ชื่อเต็ม : โจเซฟ เอสโกลาร์ เซกาเลส
    สัญชาติ : สเปน - คาตาลัน
    ตำแหน่ง : กองหน้า
    สถานที่เกิด : บาร์เซโลน่า สเปน
    เกิดวันที่ : 28 สิงหาคม 1914
    เสียชีวิต : 7 มีนาคม 1998 ที่ บาร์เซโลน่า สเปน
    สถานที่เสียชีวิต : บาร์เซโลน่า สเปน
    เสียชีวิตตอนอายุ : 83 ปี
    เท้าถนัด : ขวา


    เกียรติประวัติส่วนบุคคล

    เกียรติประวัติสมัยเป็นนัดฟุตบอลอาชีพ

    FC Barcelona
    แชมป์ลาลีก้า : 1945 , 1948
    แชมป์ โคปา เด เอสปันญ่า (โคปา เดล เจเนราลิสโม) 1942 , รองแชมป์ปี 1936
    แชมป์เมดิเตอเรเนี่ยนลีก : 1937
    แชมป์คาตาลัน ฟุตบอล แชมเปี้ยนชิพ : 1934-35 , 1935-36
    แชมป์โคปา เด โอโร่ อาร์เจนติน่า : 1937
    แชมป์ นิวยอร์ค ทัวร์นาเมนต์ : 1937

    เกียรติประวัติสมัยเป้นผู้จัดการทีม

    Levante UD
    แชมป์ เทอร์เซร่า ดิวิชั่น (เซกุนด้า) : ปีใด ไม่ปรากฏ


    สโมสรที่เคยสังกัด
    1932 - 1934 : ซานท์ - (ไม่ปรากฏสถิติยิงประตูที่ชัดเจน)
    1934 - 1937 : เอฟซี บาร์เซโลน่า - ลงสนาม 92 นัด ยิง 86 ประตู
    1937 - 1939 : เอฟซี เซเต้ - (ไม่ปรากฏสถิติยิงประตูที่ชัดเจน)
    1940 - 1948 : เอฟซี บาร์เซโลน่า - ลงสนาม 143 นัด ยิง 77 ประตู


    ทีมชาติที่เคยเล่น
    1941 - 1945 : ทีมชาติสเปน - ลงสนาม 2 นัด ยิง 1 ประตู
    1931 - 1948 : ทีมชาติคาตาลัน - ลงสนาม 10 นัด ยิง 2 ประตู


    ทีมที่เคยเป็นผู้จัดการทีม
    1949 - 1950 : บาร์ดาโลน่า
    1951 - 1952 : ซาบาเดล
    1954 - 1955 : คาสเตเลี่ยน
    1955 - 1956 : เลบันเต้

  5. Thanks junjaowka, psx16186, Tanbarcafan, K'Komkung, 9phanuwat and 4 others thanked for this post
    Likes benssmarting liked this post
  6. #4
    Barcelona A cheetodefc has a reputation beyond repute cheetodefc has a reputation beyond repute cheetodefc has a reputation beyond repute cheetodefc has a reputation beyond repute cheetodefc has a reputation beyond repute cheetodefc has a reputation beyond repute cheetodefc has a reputation beyond repute cheetodefc has a reputation beyond repute cheetodefc has a reputation beyond repute cheetodefc has a reputation beyond repute cheetodefc has a reputation beyond repute รูปส่วนตัว cheetodefc
    สมัครเมื่อ
    May 2012
    ที่อยู่
    Culé_C No.010
    โพส
    1,179
    Post Thanks / Like
    สุดยอดเลยครับคุณปู่

  7. Likes MICHAEL LAUDRUP liked this post
  8. #5
    Anti-Madridista xyz3155 is a splendid one to behold xyz3155 is a splendid one to behold xyz3155 is a splendid one to behold xyz3155 is a splendid one to behold xyz3155 is a splendid one to behold xyz3155 is a splendid one to behold xyz3155 is a splendid one to behold รูปส่วนตัว xyz3155
    สมัครเมื่อ
    Dec 2011
    ที่อยู่
    bangkok
    โพส
    2,182
    Post Thanks / Like
    ขอบคุณสำหรับบทความดีๆครับ ผมอ่านซะเมื่อยเลย แต่ชอบเหลือเกินเรื่องประวัติเหล่าตำนานของบาร์ซ่าเนี่ย
    MESSI ALL FREE KICKS THIS SEASON

  9. Likes MICHAEL LAUDRUP liked this post
  10. #6
    Domnarak
    Guest
    บอลสมัยก่อนเล่นลำบากจิงๆนะคับ แต่ต้องขอบคุณนายพลฟังโก้ ที่กดดันทีมของเราให้เกิดความรักที่ต้องต่อสู้มาด้วยกัน ทำให้เป้นมากกว่าสโมสรฟุตบอลมากยิ่งขึ้น แต่ก็ต้องสมน้ำน่าที่ทีมของท่านทุกวันนี้เป็นได้แค่ที่2รองจากเรา แม้จะได้แชมลีคในปีที่ผ่านมาแต่ก็ไม่ได้ทำให้ดูเหนือกว่าทีมของเราเลย

  11. Likes MICHAEL LAUDRUP liked this post
  12. #7
    Barca in my Heart MICHAEL LAUDRUP has a reputation beyond repute MICHAEL LAUDRUP has a reputation beyond repute MICHAEL LAUDRUP has a reputation beyond repute MICHAEL LAUDRUP has a reputation beyond repute MICHAEL LAUDRUP has a reputation beyond repute MICHAEL LAUDRUP has a reputation beyond repute MICHAEL LAUDRUP has a reputation beyond repute MICHAEL LAUDRUP has a reputation beyond repute MICHAEL LAUDRUP has a reputation beyond repute MICHAEL LAUDRUP has a reputation beyond repute MICHAEL LAUDRUP has a reputation beyond repute รูปส่วนตัว MICHAEL LAUDRUP
    สมัครเมื่อ
    Aug 2010
    ที่อยู่
    Culé_CE No.004
    โพส
    3,953
    Post Thanks / Like
    Blog Entries
    86
    อ้างอิง โพสต้นฉบับโดยคุณ xyz3155 สมาชิกเท่านั้นที่สามารถเห็นข้อความนี้ได้ ลงทะเบียนได้ที่นี่ here
    ขอบคุณสำหรับบทความดีๆครับ ผมอ่านซะเมื่อยเลย แต่ชอบเหลือเกินเรื่องประวัติเหล่าตำนานของบาร์ซ่าเนี่ย
    อ่านจนเมื่อยน่ะไม่ว่ากันครับ แต่อย่าพึ่งเบื่อก่อนล่ะครับ 555

  13. #8
    Barcelona A cheetodefc has a reputation beyond repute cheetodefc has a reputation beyond repute cheetodefc has a reputation beyond repute cheetodefc has a reputation beyond repute cheetodefc has a reputation beyond repute cheetodefc has a reputation beyond repute cheetodefc has a reputation beyond repute cheetodefc has a reputation beyond repute cheetodefc has a reputation beyond repute cheetodefc has a reputation beyond repute cheetodefc has a reputation beyond repute รูปส่วนตัว cheetodefc
    สมัครเมื่อ
    May 2012
    ที่อยู่
    Culé_C No.010
    โพส
    1,179
    Post Thanks / Like
    อ้างอิง โพสต้นฉบับโดยคุณ xyz3155 สมาชิกเท่านั้นที่สามารถเห็นข้อความนี้ได้ ลงทะเบียนได้ที่นี่ here
    ขอบคุณสำหรับบทความดีๆครับ ผมอ่านซะเมื่อยเลย แต่ชอบเหลือเกินเรื่องประวัติเหล่าตำนานของบาร์ซ่าเนี่ย
    อ้างอิง โพสต้นฉบับโดยคุณ MICHAEL LAUDRUP สมาชิกเท่านั้นที่สามารถเห็นข้อความนี้ได้ ลงทะเบียนได้ที่นี่ here
    อ่านจนเมื่อยน่ะไม่ว่ากันครับ แต่อย่าพึ่งเบื่อก่อนล่ะครับ 555
    ผมอ่านหนังสือเรียนยังไม่เท่ากับการอ่านบทความของบาร์ซ่าเลย

  14. #9
    Anti-Madridista NeungBK will become famous soon enough รูปส่วนตัว NeungBK
    สมัครเมื่อ
    Nov 2012
    ที่อยู่
    Cule_C No.094
    โพส
    2,213
    Post Thanks / Like

    อยากไดเสื้อทีมสมัยนั้นจังเลย

    ...

+ ตอบกลับกระทู้

กฎการโพสข้อความ

  • ท่าน ไม่สามารถ ตั้งกระทู้ใหม่ได้
  • ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ได้
  • ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ได้
  • ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขข้อความโพสได้